นี่เป็นอีกหนึ่งคำถามที่สำคัญและคำถามนั้นๆอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ ขนาด อายุของธุรกิจ

รวมไปถึงอุตสาหกรรมที่คุณอยู่ท่ามกลางปัจจัยอื่นๆด้วย

สิ่งแรกที่คุณควรตั้งคำถามก็คือ คุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน?

เห็นได้ชัดว่าหากคุณมีค่าใช้จ่ายถึง 80% จากรายได้รวมต่อปีของคุณ

ซึ่งอาจจะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่คงที่และไม่อาจจะรับประกันได้ว่าผลตอบแทนที่คุณจะได้รับนั้นมากพอกับค่าใช้จ่ายดังกล่าว

ซึ่งมันมากกว่าวิธีการวัดผลทางการตลาดและการลงทุนในวิธีการที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า

ตามหลักทั่วๆไปแล้ว คุณควรที่จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5% เท่านั้น

โดยสิ่งนี้ควรจะรวม  SEO, Google Adwords ของคุณ, การตลาดทาง Social Media marketing การเป็นผู้สนับสนุนทางการตลาด  รวมถึงการตลาดรูปแบบอื่นๆด้วย

 

การบริหารธุรกิจขนาดเล็กของสหรัฐอเมริกาได้กล่าวอ้างว่าทุกๆค่าใช้จ่าย 7 ถึง 8% ของรายได้รวมของคุณนั้น

หากคุณมีรายได้น้อยกว่า 5 ล้านดอลลาร์ในแต่ละปี กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายของคุณจะอยู่ที่ 10-12% ในภูมิภาค 

นี่เป็นเพียงหลักทั่วๆไปเท่านั้น! บางคนอาจจะต้องการให้สูงขึ้น ในขณะที่บางคนอาจจะต้องการให้ต่ำกว่านี้

สำหรับธุรกิจใหม่ๆแล้ว กล่าวได้ว่าคุณควรจะมีค่าใช้จ่าย 12-20% ของรายได้รวม

ในขณะที่ธุรกิจที่เป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้วควรที่จะควรรักษาค่าใช้จ่ายให้อยู่ระหว่าง 6 ถึง 12% ของรายได้รวม

ดังนั้น วงเล็บไว้เลยว่าคุณต้องการที่จะอยู่ที่ตรงไหน

ธุรกิจของคุณก่อตั้งมานานแค่ไหนแล้ว?

คุณมีรายรับโดยรวมเท่าไหร่ หลังจากที่พิจารณาจากค่าใช้จ่ายโดยรวมแล้ว?

เพราะคุณไม่ต้องการที่จะประสบกับปัญหาการลงทุนในจำนวนที่มากเกินไป

หากจำนวนเงินที่คุณจ่ายไปนั้นไม่เพียงพอก็อาจเป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์

สร้างรากฐานการเติบโตที่แข็งแกร่งด้วยการ

เริ่มต้นการลงทุนในการตลาดถือเป็นส่วนสำคัญ ตัวอย่างเช่น

การที่จมอยู่กับการทำการตลาดที่มีอยู่นับพันนั้นถือเป็นสิ่งที่ดี

แต่ถ้าหากคุณยังขาดโครงสร้างที่จะเปลี่ยนจากผู้เข้าชมเหล่านั้น

ให้เป็นลูกค้าหรือจัดการกับการเติบโตที่คาดหวังได้แล้วนั้น

 

ดังนั้น คุณจึงจำเป็นที่จะต้องลงทุนในการวางรากฐาน ก่อนที่จะวางกลยุทธ์แคมเปญการตลาดของคุณและก้าวต่อไปข้างหน้า

สิ่งที่ง่ายที่สุดเลยคือ การจ้างบริษัททำการตลาดออนไลน์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ Conversion จะทำให้ประสบความสำเร็จได้

โดยเกี่ยวข้องกับการสร้างเว็บไซต์ให้มีความชัดเจน กระชับ ใช้งานง่าย รวมถึงการเขียนในเชิงที่เป็นการกระตุ้นการขาย

ซึ่งหมายความว่า การเพิ่มคำอธิบายของผลิตภัณฑ์หรือบริการโดยละเอียดพร้อมตัวเลือก “เพิ่มในรถเข็น” อย่างชัดเจน

หากคุณได้ข้ามขั้นตอนนี้ไปแล้วและมุ่งไปสู่แคมเปญการตลาดแบบเต็มรูปแบบ

แน่นอนว่าจะต้องมีผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณอย่างแน่นอน แต่จะมีซักกี่คนที่ยอมทิ้งไว้แค่นั้นแล้วหันไปทำอย่างอื่น?

มีอะไรที่รวมอยู่ในการตลาดพื้นฐานของคุณบ้าง?

  • ยี่ห้อ
  • กลยุทธ์การตลาด
  • การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์                                                                                                                                                                                                                                                    

การที่ต้องใช้เวลาหรือความพยายามใดๆไปกับ 3 ประเด็นหลักนี้แล้ว

ความพยายามทางการตลาดนั้นๆของคุณอาจจะไม่ได้ผลและเสียเวลาไปในที่สุด

ซึ่งก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม บริษัท จำนวนมากจึงหลีกเลี่ยงรูปแบบการตลาดที่นิยมนำมาใช้กัน

ซึ่งการตลาดในรูปแบบนี้จะถูกขนานนามว่าเป็นแบบ“ ไร้จุดหมาย” หรือ“ หลอกลวง” นั่นเอง 

ซึ่งคุณต้องระวังการใช้แนวความคิดที่อันตรายเช่นนี้

ในความเป็นจริงก็คือ การตลาดจะสามารถทำงานได้ดีเมื่อเราใช้ได้อย่างถูกต้อง

ซึ่งก็ต้องใช้เวลา ความอดทนและความคิดสร้างสรรค์ด้วย

หากคุณใช้บริษัทการตลาดดิจิทัลที่มีความเชื่อถือได้ก็จะสามารถช่วยให้คุณวางกลยุทธ์แคมเปญของคุณได้ในทันทีทันใด

บริษัทอื่นๆ มีค่าใช้จ่ายอะไรกันบ้าง?

 

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่สำคัญมาก และก็เป็นคำถามที่ระบุได้ยากเช่นกัน

ตามหลักโดยทั่วไปแล้ว เดาได้เลยว่าโดยส่วนใหญ่ของหลายๆบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมานั้น จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ระหว่าง 5 ถึง 10% ของรายได้รวมต่อปี

หลังจากนั้น จะระบุได้อย่างไรว่า ธุรกิจจะมีรายได้รวม (gross revenue) เท่าไร?

เดาได้ว่าคุณคงไม่เห็นด้วย ในเรื่องที่ว่า เราไม่ควรกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับเรื่องที่บริษัทอื่นๆใช้จ่ายอะไรกันไปบ้าง

ในทางกลับกัน คุณควรที่จะ Focus ในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่มากกว่าต่างหากล่ะ

จากดังที่กล่าวมา คุณสามารถดูว่าพวกเขาได้รับการจัดอันดับ สำหรับ keywords ที่เป็นเป้าหมายของพวกเขาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาเป็นคู่แข่งของคุณด้วยแล้ว

บริษัทการตลาดดิจิทัลที่มีความน่าเชื่อถือได้ พวกเขาจะมีวิธีการที่สามารถใช้เพื่อดูได้ว่าคู่แข่งของคุณกำลังทำอะไรอยู่ในแง่ของ SEO

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่มีค่ามาก สำหรับการวางแผนแคมเปญการตลาดของคุณนั่นเอง

ด้วยวิธีนี้ คุณสามารถทำตามเพื่อให้นำหน้าคู่แข่งในการแข่งขันได้ รวมถึงการลงทุนงบประมาณตามความเป็นจริงเพื่อให้คุณได้รับในสิ่งที่คุณต้องการ

คุณควรมีการตั้งข้สันนิษฐานว่า คู่แข่งของคุณมีค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดของพวกเค้าในพื้นที่ใดๆบ้างโดยเฉลี่ย ตามภูมิภาค

จากนั้น เมื่อคุณวิเคราะห์ได้ถึงรูปแบบการตลาดต่างๆที่พวกเขากำลังดำเนินการได้แล้ว มันก็ง่ายพอที่จะแยกได้ถึงการลงทุนในแต่ละประเภทของพวกเขา

ไม่ว่าในกรณีใดๆ คุณต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณต้องทำให้มากขึ้น!

Focus ไปที่การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง ตั้งเป้าหมายที่เป็นจริงแล้วเริ่มทำงานกันได้เลย!

 

ตั้งเป้าหมายที่สามารถวัดผลได้

 

ในการจัดสรรงบประมาณก่อนอื่นคุณต้องตั้งเป้าหมายที่เป็นจริงและสามารถวัดผลได้

 

  • เพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์โดยรวม (ซึ่งสามารถตรวจสอบและบันทึกได้โดยใช้การวิเคราะห์)
  • เพิ่มจำนวนลูกค้าเป้าหมายที่เข้าถึงเว็บไซต์ของคุณ
  • ขยายธุรกิจใหม่หรือหน่วยงาน ภายในธุรกิจของคุณ
  • ผลักดันธุรกิจและเว็บไซต์ของคุณในด้านหนึ่งเพื่อครองยอดขาย

การทำรากฐานให้ดีขึ้น

การใช้เวลาไปกับการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งนั้นดีเลยทีเดียว แต่คุณจะต้องตรวจสอบอีกครั้ง เปรียบเทียบและทำให้ดีขึ้นไป

  • แบรนด์ของคุณมีความทันสมัย และแสดงถึงวิสัยทัศน์ ข้อความ ตัวตน รวมถึงภาพรวมของคุณอย่างชัดเจนหรือไม่?
  • แบรนด์ของคุณมีความสอดคล้องกันในทุกๆสื่อ รวมถึงหน้าโซเชียล ฯลฯ หรือไม่?
  • เว็บไซต์ของคุณเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับคู่แข่ง? ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพจากที่ปรึกษาด้านการตลาดที่มีประสบการณ์หรือไม่?
  • สิ่งใดที่อาจขัดขวางผู้เข้าชมของคุณจากการเป็น“ ลูกค้าคลิก”
  • คุณได้ใส่เครื่องมือที่ถูกต้องเพื่อช่วยวัดความสำเร็จของคุณแล้วหรือยัง?
  • คุณมีพื้นฐานที่จะช่วยคุณรับมือกับภาระงานใหม่ที่แคมเปญการตลาดของคุณควรเริ่มต้นขึ้นหรือไม่?
  • กลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจของคุณสอดคล้องกับการตลาดของคุณหรือไม่? กลยุทธ์ของคุณแข็งแกร่งแค่ไหน?

ลองทบทวน กลั่นกรองและเปรียบเทียบ

แล้วลองทำมันอีกครั้งซิ !!

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่ายึดมั่นในแนวทางของคุณจนเกินไป

เปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ พยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา

สร้างความท้าทายให้ที่ปรึกษาด้านการตลาดของคุณ เพื่อแบ่งปันแนวคิดใหม่ ๆ กับคุณ

ตั้งคำถามเกี่ยวกับวิธีการของพวกเขาและพยายามทำความเข้าใจ กับวัตถุประสงค์ของแต่ละสื่ออย่างถ่องแท้

ยังมีอะไรให้เรียนรู้มากมาย เพียงคุณเปิดใจรับข้อมูลที่มีค่ามากมาย มหาศาล

อย่าตึงจนเกินไปในเรื่องของงบประมาณ

เช่นว่า มีการใช้จ่ายมากเกินไปไหม แต่สิ่งที่พบบ่อยกว่าทั้งสองอย่างนี้ก็คือ การจ่ายน้อยเกินไปต่างหาก

คุณไม่ต้องตึงเครียดเรื่องงบประมาณเกินไป!

หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นผู้ที่มีความโดดเด่นในอุตสาหกรรมของคุณ

คุณจำเป็นต้องมุ่งไปที่ผลกำไรและเริ่มลงทุนในการตลาดที่ชาญฉลาด

เมื่อลองพิจารณาถึงคำพูดของ Henry Ford ที่ว่า “ การหยุดทำโฆษณาเพื่อประหยัดเงิน ก็เหมือนกับการหยุดนาฬิกาเพื่อประหยัดเวลา”

คุณจะต้องเข้าร่วมการแข่งขันและวิ่งต่อไป! นั่นคือวิธีที่จำทำให้คุณขึ้นไปอยู่ข้างบนได้

คุณกำลังรู้สึกหนักใจเล็กน้อยอยู่ใช่ไหม?

ไม่ต้องกังวลไปเลย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมาเราถึงอยู่ที่นี่

เอาล่ะ หากคุณกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องของการตลาดดิจิทัล หรือต้องการแค่คำแนะนำเล็กๆน้อยๆ ติดต่อเรา มาเลยวันนี้

หนึงในทีมของเรายินดีที่จะนั่งคุยกับคุณอย่าางเป็นมิตร พร้อมทั้งระบุถึงแนวทางที่ดีที่สุดในการยกระดับธุรกิจของคุณ

รวมถึงคงตำแหน่งของคุณในฐานะเป็นคู่แข่งชั้นนําเหนือคู่แข่งคนอื่นๆ