อีกหนึ่งคำถามสำคัญที่ไม่ว่าคุณจะมีธุรกิจขนาดใหญ่หรือเล็ก อยู่มาทุกยุคหรือสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ คำถามที่ว่าในการทำการตลาด เราควรต้องลงทุนมากแค่ไหน ก็ยังเป็นหนึ่งในหลายๆ คำถามที่เราต้องพยายามหาคำตอบให้ได้

แต่คำถามแรกก่อนที่เราจะตอบคำถามนั้นได้ก็คือ คุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน?

ในแคมเปญการตลาดหนึ่งๆ การลงทุนไป 80% จากรายได้ทั้งปีก็คงเรียกไม่ได้ว่าจะยั่งยืนมากนัก ทั้งยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ด้วย พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ใช่ว่าลงเงินเยอะแล้วจะได้กลับมาคุ้มค่าการลงทุนนั่นเอง

การตลาดที่แข็งแกร่งก็คือการลงทุนกับความคิดใหม่ๆ ผสมกับวิธีการที่ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าได้ผล และกฎหรือแนวทางปฏิบัติทั่วไปก็คือ งบการตลาดจะอยู่ที่ราวๆ 5% ของรายได้ทั้งปีของธุรกิจของคุณ



โดย 5% ที่ว่าควรจะรวมการทำ  SEO, Google Adwords, Social Media marketing  รวมถึงการตลาดรูปแบบอื่นๆ ด้วย

Searching Engine Optimizing SEO Browsing Concept
digital-marketing-new-startup-project-online-search-engine-optimisation_36325-2205

องค์การบริหารธุรกิจขนาดเล็ก (Small Business Administration) ของสหรัฐฯ พบว่า การลงทุนราวๆ 7-8% ของรายได้ต่อปี สำหรับภาคธุรกิจขนาดเล็ก (รายได้รวมไปเกิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี) ส่วนมากจะทำกำไรหลังจ่ายภาษีแล้วอยู่ที่ 10-12% ของรายได้โดยรวมต่อปี

พิเศษสำหรับธุรกิจใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัว อาจจะต้องลงทุนมากซักหน่อยราวๆ 12-20% จากเป้าหมายความสำเร็จ และหากคงที่แล้วจึงค่อยๆ ลดลงมาอยู่ที่ 6-12% ก่อนที่จะคงที่ไว้ที่ 5% หลังจากทุกอย่างอยู่ตัวแล้ว

แต่มันก็เป็นเพียงแค่แนวทางปฏิบัติเท่านั้น บางธุรกิจอาจสามารถไปได้เกินกว่านี้ ในขณะที่หลายๆ ธุรกิจอาจจำเป็นต้องลดลงซักหน่อย ดังนั้นคุณจำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่าคุณไหวที่เท่าไหร่ และคาดหวังความสำเร็จที่เท่าไหร่

สร้างรากฐานการเติบโตที่แข็งแกร่ง

การเริ่มต้นการลงทุนในการตลาดใดๆ ก็ตามเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการนำเงินนับพันๆ ไปลงโดยที่ไม่รู้เลยว่าจะได้กลับมาเท่าไหร่ ไม่มีการติดตามเพื่อวัดผล ก็อาจไม่ใช่วิธีปฏิบัติที่ดีเท่าไหร่นัก

ดังนั้นคุณอาจจะต้องเริ่มสร้างรากฐานก่อนที่จะทำการวางแผนการตลาดเสียแต่เนิ่นๆ จากนั้นทุกอย่างก็จะง่ายเอง

หรือจะจ้างเอเจนซี่ในการดูแลและจัดการวางพื้นฐาน และช่วยเหลือในทางเทคนิคต่างๆ ก็ให้ผลลัพธ์ที่ไว้ใจได้เช่นเดียวกัน (แถมง่ายกว่าด้วย)

การเริ่มตั้งแต่สร้างเว็บไซต์ที่ดูง่าย ใช้งานง่าย เข้าใจได้ง่าย จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะหน้าร้านที่ดูรกๆ ใครจะอยากเดินเข้าไปซื้อถ้าไม่ใช่ร้านที่เราคุ้นเคยเห็นจนชินตาอยู่แล้ว หรือต่อให้เป็นแบบนั้น ถ้ามีร้านที่ดูดีกว่า ทุกอย่างดูเป็นระเบียบ ความเป็นแบรนด์ลอยัลตี้ก็อาจเปลี่ยนได้เช่นกัน

และถ้าเกิดคุณเห็นว่าการแก้ไขเว็บไซต์ตอนนี้มันเป็นเรื่องยาก ข้ามๆ ไปก่อน แล้วไปโฟกัสกับแคมเปญการตลาดอย่างอื่น แน่นอนคุณอาจจะดึงผู้คนมากมายเข้าสู่เว็บไซต์ แต่ถ้าเว็บไซต์มันใช้งานยาก จะมีซักกี่คนที่อยู่จนทำงานซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ?

อะไรที่คุณควรรวมไว้ในการตลาดของคุณบ้าง?

  • แบรนด์
  • กลยุทธ์การตลาด
  • การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์

หากคุณไม่ได้โฟกัสกับองค์ประกอบสำคัญกับทั้ง 3 อย่างนี้ ก็อาจมีแนวโน้มว่าแคมเปญการตลาดใดๆ ก็ตามที่คุณเคยทำ กำลังทำ หรือจะทำในอนาคตจะไม่ได้มีประสิทธิภาพมากนัก

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายๆ บริษัทจึงไม่ต้องการทุ่มกับการทำแคมเปญการตลาดมากนัก เพราะมองว่าทำไปก็เหนื่อยและเสียเงินเปล่าๆ แต่ไม่ได้เห็นถึงต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง รวมถึงตราหน้าเอเจนซี่ที่เข้ามาช่วยเหลือว่าเป็น “สแกม (scam)” ก็มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ

ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดที่จะคิดเช่นนั้น เพราะบางทีก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่เราคววรจะต้องพิจารณาว่าเหตุผลของการทำการตลาดไม่ปังคืออะไร

การจะประสบความสำเร็จในแคมเปญใดๆ ก็ตามจำเป็นต้องทำให้ถูกต้อง ให้เวลา และความคิดสร้างสรรค์รวมเข้าไว้ด้วยกัน

บริษัทต่างๆ ใช้จ่ายอะไรกันบ้าง?

นี่ก็เป็นอีกคำถามที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่ก็ตอบยากมากๆ เหมือนกัน

คือถ้าจะดูจากแนวทางปฏิบัติเราก็คงจะเดาๆ กันว่าหลายๆ บริษัทคงจะใช้จ่ายกันราวๆ 5-10% ของรายได้โดยรวมต่อปี แต่ก็นั่นแหละ แล้วรายได้ต่อปีนั่นน่ะ มันเท่าไหร่กันบ้างนะ?

พอมาคิดๆ ดู เหมือนจะเป็นอีกเรื่องที่ต้องคิดหนักเหมือนกัน แต่บอกเลยว่าไม่ต้องห่วงอะไรมากนัก

เพราะเราควรจะโฟกัสทุกอย่างกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ต่างหากยังไงล่ะ

จริงอยู่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง แต่ในฐานะเอเจนซี่ที่ทำการตลาดมาอย่างยาวนาน เราบอกได้เลยว่ามีอีกหลายวิธีที่จะทราบข้อมูลที่จำเป็นมากกว่านั้น และการได้มาซึ่งข้อมูลนั้นง่ายกว่านั้นมาก จากนั้นค่อยเอาลองคำนวณดูก็ย่อมได้

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญอันดับแรกคือเราต้องโฟกัสที่ตัวเองก่อนมากที่สุด โฟกัสกับการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง และเป้าหมายที่ทำได้จริง จากนั้นก็เริ่มกันได้เลย!

 

ตั้งเป้าหมายที่สามารถวัดผลได้

ในการจัดสรรงบประมาณก่อนอื่นคุณต้องตั้งเป้าหมายตามจริง เป็นไปได้จริงและสามารถวัดผลได้ เช่น

  • เพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์โดยรวม (ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้ด้วย Google Analytics)
  • เพิ่มจำนวนลูกค้าเป้าหมายที่เข้าถึงเว็บไซต์ของคุณ
  • ขยายธุรกิจใหม่หรือหน่วยงาน ภายในธุรกิจของคุณ
  • ผลักดันธุรกิจและเว็บไซต์ของคุณในด้านใดด้านหนึ่งเพื่อครองตลาดและยอดขาย

การทำรากฐานให้ดีขึ้น

การใช้เวลาไปกับการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งนั้นดีเลยทีเดียว แต่คุณจะต้องตรวจสอบ เปรียบเทียบ และทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป การตั้งคำถามด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณได้มองเห็นแนวทางในการปรับปรุงเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี เช่น

  • แบรนด์ของคุณมีความทันสมัย และแสดงถึงวิสัยทัศน์ ข้อความ ตัวตน รวมถึงภาพรวมของธุรกิจคุณอย่างชัดเจนหรือไม่?
  • แบรนด์ของคุณมีความสอดคล้องกันในทุกๆ สื่อ รวมถึงหน้าโซเชียล ฯลฯ หรือไม่?
  • เว็บไซต์ของคุณเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับคู่แข่ง? ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพจากที่ปรึกษาด้านการตลาดที่มีประสบการณ์หรือไม่?
  • อะไรที่คุณคิดว่าเป็นปัญหาในการเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้าในเว็บไซต์ของคุณ
  • คุณมีเครื่องมือในการติดตามเป้าหมายที่คุณต้องการหรือยัง?
  • คุณมีรากฐานในการสร้าง ปรับเปลี่ยน และเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญการตลาดของคุณหรือยัง?
  • กลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจของคุณสอดคล้องกับการตลาดของคุณหรือไม่? แล้วกลยุทธ์ของคุณเพียงพอ ครอบคลุมแล้วหรือยัง?

ลองเช็คอีกซักรอบ เปรียบเทียบและพัฒนาให้ดีขึ้น

ทำซ้ำไปเรื่อยๆ แล้วแผนการตลาด การดำเนินธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จจะไปไหนไกล

แต่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณควรจะคิดถึงไว้ก็คือ ไม่ควรจะยึดแนวทางเดิมๆ ในการทำการตลาด เปิดกว้างสำหรับแนวคิดใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น แลกเปลี่ยนข้อมูลกับที่ปรึกษาด้านการตลาดอยู่เรื่อยๆ ตั้งคำถาม แล้วลองหาคำตอบใหม่ๆ เพื่อที่เราจะได้เข้าใจอะไรๆ มากขึ้น

มีสิ่งต่างๆ มากมายที่รอให้เราได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์

พยายามอย่าตึงจนเกินไปในเรื่องของงบประมาณ

จริงอยู่ว่า “ใช้งบเยอะเกิน” เราจะเห็นได้บ่อยๆ แต่รู้ไหมว่าอะไรที่เกิดขึ้นบ่อยมากกว่านั้น “ใช้งบน้อยเกิน” ต่างหาก

ถ้าหากคุณต้องการสร้างความสำเร็จในระยะยาว เป็น No.1 ในธุรกิจนั้นๆ คุณก็ไม่ควรที่จะเข้มงวดมากเกินไปกับงบประมาณนะ อย่างที่ Henry Ford เคยกล่าวเอาไว้ว่า

“คนที่ไม่ยอมทำการโฆษณาเพื่อเซฟงบประมาณ ก็เหมือนคนที่หยุดนาฬิกาเพราะคิดว่าจะเซฟเวลาได้”

หากคุณนำหน้าในการแข่งขันมาอย่างยาวไกล แต่คุณหยุดแข่งเพราะเราทิ้งคนอื่นๆ ไม่เห็นฝุ่น อีกนานแค่ไหนกว่าที่คนอื่นๆ จะแซงคุณไปได้

หากทั้งหมดนี้ดูเยอะกว่าที่คุณคาดการณ์ไว้ ไม่ต้องเป็นห่วง เรายินดีที่จะช่วยเหลือและให้คำตอบกับคำถามต่างๆ ที่คุณมี เพียงติดต่อเรามาตอนนี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดของเรายินดีที่จะให้ทุกคำปรึกษา วางแผน และช่วยให้ธุรกิจของคุณไปสู่ความสำเร็จ!