Search Engine Optimisation (SEO) กลายเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพทางการตลาดสูงมากในปัจจุบัน แต่ก็เป็นกลยุทธ์ที่ซับซ้อนอย่างมากเช่นกัน และที่หนักกว่านั้นก็คือมันยิ่งจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย ซึ่งความซับซ้อนเหล่านี้ก็ทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดอยู่มากมายในโลกของการทำการตลาด โดยเฉพาะกับเหล่าเอเจนซี่ทั้งหลายที่ไม่ยอมเคลียร์ความเข้าใจผิดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง

แล้วเอเจนซี่การตลาดของคุณได้บอกไขความกระจ่างให้กับคุณหรือยัง มาลองดูกันกับ 10 ความเชื่อแบบผิดๆ เกี่ยวกับ SEO

Seo factors

1 – ยิ่งใส่คีย์เวิร์ดลงไปเยอะๆ อันดับในหน้าค้นหาก็จะเยอะขึ้นตามไปด้วย

จริงอยู่ว่าคีย์เวิร์ดคือส่วนสำคัญมากๆ ในการทำ SEO ไม่มีเอเจนซี่หรือนักการตลาดคนไหนปฏิเสธ แต่มันเป็นยาสรรพโรคแก้ไขทุกปัญหาหรือไม่? แน่นอนว่าหากเว็บไซต์ของคุณไม่มีคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับธุรกิจของคุณที่เพียงพอ อันดับการค้นหาของเราก็จะไม่ขึ้น แต่ถ้าใส่มันลงไปเยอะๆ เลยล่ะ อันดับของเราจะเปลี่ยนไหม

เปลี่ยนแน่นอน แต่โอกาสที่จะเปลี่ยนป็นอันดับที่ต่ำกว่ามีสูงมากทีเดียว เพราะเสิร์ชเอนจิ้นจะมองว่าเราพยายามจะสแปมคีย์เวิร์ดนี้ หน้าเว็บเพจนี้อยู่รึเปล่า แล้วถ้าคำถามคือปริมาณเท่าไหร่ กี่คำถึงจะไม่โดน ก็ต้องตอบเลยว่าไม่มี ลองคิดดูสิ ถ้าคุณมีคีย์เวิร์ดคำหนึ่งๆ อยู่ราวๆ 10 คำอยู่ในทุกหน้าที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันดูเป็นธรรมชาติไหม ในสายตาคนอ่านอาจจะไม่ทันสังเกต แต่ในสายตาของอัลกอริทึ่มเสิร์ชเอนจิ้นอย่าง Google มันดูปลอมสุดๆ ไปเลย

Google จะมีเครื่องมืออย่างหนึ่งที่เรียกว่า TF-IDF (term frequency-inverse document frequency) ที่จะเป็นตัวเปรียบเทียบความถี่ของคำ (term frequency) ในคอนเทนต์หรือในหน้าเว็บเพจของเรา และจะเปรียบเทียบกับหน้าอื่นๆ ในเว็บไซต์ทั้งของเราและของเจ้าอื่นๆ ด้วย เพื่อดูว่าปริมาณความถี่ขนาดไหนจึงจะถูกพิจารณาว่า “ปกติ”

Keyword density

2 – ลิงค์ ไม่ถูกนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ

สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะยังวนเวียนอยู่ในวงการนี้อยู่แม้ทุกคนจะรู้ดีอยู่แล้วก็ตามคือ ลิงค์ ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญอะไรอีกต่อไป ทั้งๆ ที่อย่างที่บอกไว้ข้างต้น ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่ามันสำคัญขนาดไหน ก็จริงอยู่ว่ามันจำเป็นต้องมีปัจจัยเสริมอื่นๆ ด้วยถึงจะทำให้ลิงค์มีพลัง แต่การบอกว่ามันไม่สำคัญนี่คือผิดมหันต์ และก็เหมือนหลายๆ อย่างในชีวิต การทำ link building จำเป็นต้องมีคุณภาพมากกว่าปริมาณ

จริงๆ เหมือนกับว่าความเชื่อนี้จะมาจากการที่มีหลายเจ้าหรือหลายธุรกิจซื้อลิงค์ในปริมาณมหาศาลในราคาถูก ซึ่งเป็นลิงค์มั่วซั่วไม่ได้เกี่ยวอะไรกับธุรกิจของตัวเองเลย ก็ไม่แปลกถ้าจะคิดว่าสุดท้ายแล้ว ลิงค์มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากมายขนาดนั้นเลย เพราะการซื้อลิงค์นอกจากจะเสียตังเปล่าแล้วยังเสียเวลาเปล่าอีกด้วย ในทางตรงกันข้าม การมีคอนเทนต์ที่ควรค่าแก่ผู้อ่านให้เข้ามาชม พร้อมใส่ลิงค์ที่เกี่ยวข้องจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มุ่งเป้าไปกับการสร้างสรรค์คุณภาพมากกว่าปริมาณ นั่นแหละจะสร้างความแตกต่างให้เว็บของคุณในแง่ของอันดับ SEO ได้มากเลยทีเดียว

ทำไมฉันจึงถูกบอกเป็นอย่างอื่นล่ะ?

ก็ อาจจะเป็นเพราะหนึ่งในสองเหตุผลด้านล่างนี้ก็เป็นได้:

  • บริษัทจัดทำ SEO ของคุณไม่ได้ชำนาญจริงเหมือนอย่างที่เขากล่าวอ้าง
  • พวกเขายังไม่มีลิงค์ที่แข็งแกร่ง หรือเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือเป็นพาร์ทเนอร์ จนต้องหันเหคุณไปยังทางที่ง่ายกว่าก็คือขายลิงค์จำนวนมหาศาล ในราคา “ย่อมเยา” แทนที่จะเป็นการให้คำปรึกษาอย่างมีแบบแผนซึ่งต้องระดมสมองอีกเยอะเลย

link building

3 – คอนเทนต์มันตายแล้ว ทำไปก็ไม่ได้ประโยชน์

คนที่เผยแพร่แนวความคิดน่าจะไปหาจิตแพทย์ ปรึกษาเรื่องความเป็นจริงกับภาพหลอนได้แล้วนะ เพราะการตลาดผ่านคอนเทนต์ยังมีอยู่ดี แข็งแรงด้วย เพราะคุณต้องคำนึงอยู่เสมอว่าคุณทำ SEO ไปเพื่ออะไร ทำการตลาดไปเพื่ออะไร เพื่อเข้าหาคนจริงๆ ไง ซึ่งนั่นหมายความว่าทุกอย่างที่คุณสร้างจะต้องสร้างผลดีต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สร้างความรู้สึกที่ดี และขยายฐานลูกค้า แล้วอะไรจะดีไปกว่าการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ และควรค่าแก่การแชร์ต่ออีกล่ะ?

ทำไมฉันจึงถูกบอกเป็นอย่างอื่น?

ในโลกของ SEO มีหลายครั้งมากที่คนพยายามจะฉกฉวยโอกาสจากความไม่รู้ของลูกค้าเพื่อแลกกับเงินไปกี่ตังค์ และการพยายามกระตุ้นให้คุณไปซื้อลิงค์จำนวนมากและบอกว่ามันจะช่วยระดับ SEO ของคุณได้นะ เป็นอะไรที่น่าเสียดายมาก มันง่ายและได้เงินเร็ว เวลาที่ผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่ต้องการ พวกเขาเหล่านั้นก็จะพยายามโน้มน้าวให้คุณซื้อลิงค์รอบใหม่ไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะรู้ตัวและยอมแพ้กับการทำ SEO ไปในที่สุด

 

Content marketing for seo

4 – สัญญาณโซเชียลไม่ได้ส่งผลต่ออันดับ SEO 

ไม่ใช่เรื่องดีถ้าจะบอกว่าโซเชียลมีเดียไม่ได้มีความสำคัญ เพราะมันไม่ได้ช่วยให้อันดับของเราดีขึ้นในหน้า Google SERPs ในขณะที่ความจริงแล้วมันสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับลิงค์ของคุณได้ และแน่นอน การสร้างการมีตัวตนของแบรนด์บนโซเชียลมีเดียยังช่วยเพิ่มประโยชน์ให้กับธุรกิจของเราในหลายๆ แง่มุมอีกด้วย

การทำโซเชียลมีเดียจะสร้างสิ่งที่เรียกว่า “สัญญาณโซเชียล (social signal)” ที่แม้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออันดับของเราในหน้าค้นหา แต่มันจะช่วยให้ลิงค์ของเราที่ใส่เข้าไปในแคมเปญโซเชียลมีเดียที่ถูกคลิกบ่อยๆ มีความน่าเชื่อถือ มีอัตรา CTR (click-through rate) ที่สูง ซึ่งเจ้าลิงค์เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นลิงค์ของใคร ก็จะทำให้คนนั้นมีอันดับ SEO ที่สูงขึ้นได้ และร้อยทั้งร้อย ธุรกิจของเรา จะสร้างแคมเปญทั้งทีก็ต้องใส่ลิงค์เว็บไซต์ของเราเองอยู่แล้ว

หากคุณต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการทำการตลาดโซเชียลเพิ่มเติม คลิก

Social signals

5 – เครื่องมือวัดผล SEO ต้องให้ข้อมูลที่ตรงเป้ะๆ สิ

อันนี้เป็นความเชื่อที่ซับซ้อนนิดหน่อย เพราะเราจะได้เพียงตัวเลขคร่าวๆ เท่านั้น บางทีบางข้อมูลก็อาจไม่กระทบกับธุรกิจของคุณเลยก็ได้ ซึ่งเอเจนซี่จัดทำ SEO มักใช้จุดนี้มาคอยให้คุณไขว้เขว นำเสนอตัวเลขและข้อมูลที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ซึ่งคุณจำเป็นต้องคอยดูให้ดีว่าข้อมูลเหล่านั้นจำเป็นสำหรับคุณหรือไม่

อีกทั้งความที่ Google มีอัลกอริธึ่มมากมายเพื่อตรวจสอบนู่นนี่นั่น ทำให้ข้อมูลที่เช็คแต่ละครั้งจะไม่เหมือนกัน ซอฟแวร์แต่ละประเภทอาจจะใช้เมตริกซ์แต่ละอย่างที่ต่างกัน คุณดูข้อมูลคล้ายกันในซอฟต์แวร์หนึ่งเปรียบเทียบกับอีกซอฟต์แวร์หนึ่ง ข้อมูลอาจจะต่างกันแบบสุดขั้วไปเลยก็เป็นได้

เพราะฉะนั้น บริษัทที่น่าเชื่อถือได้จะมีเครื่องมือหลายแบบมาเปรียบเทียบกัน ให้ได้ข้อมูลหลายๆ ด้านออกมาให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะสามารถให้คำปรึกษา ติดตั้ง หรือแก้ไขแคมเปญ SEO ให้กับคุณได้อย่างแม่นยำและตรงเป้าหมายมากที่สุด

SEO software

6 – SEO น่ะทำครั้งเดียวก็พอแล้ว

นี่น่าจะเป็นความเชื่อที่ต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องใหม่เป็นอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ เพราะคนจะชอบคิดว่าลงทุนครั้งเดียวใช้ได้ยาวๆ ประหยัดเงินกว่าที่อื่นเยอะ เราได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแล้วนี่ แต่ความจริงก็คือ SEO คืองานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้พูดแบบนี้เพราะเป็นหนึ่งในเอเจนซี่ในการทำ SEO หรอกนะ แต่เพราะการทำให้เว็บไซต์เราอยู่หน้าหนึ่งมันก็เรื่องหนึ่ง แต่การป้องกันตำแหน่งนี่มันคือคนละเรื่องเลย

จริงๆ มันก็มีบางอย่างที่เราสามารถทำให้จบในครั้งเดียวได้อยู่นะ เช่นปรับแต่งหน้าเพจ (on-site optimisation) แต่มันก็ต้องมีหน้าอื่นๆ เพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะถ้าเว็บไซต์ของคุณมีบล็อกไว้เขียนบทความ ที่จำเป็นต้องมีความสดใหม่และยูนีคแตกต่างจากเว็บไซต์อื่นๆ เพราะฉะงั้นคุณอาจจะรู้สึกว่าตอนนี้เว็บไซต์ก็ทำงานได้โอเคแล้ว แต่บอกเลยว่าแค่การปรับแต่งเพียงเล็กน้อยก็สร้างความแตกต่างได้

TotallyNotAnEliminationGame - Creative Corner - Disney Heroes: Battle Mode

ทำไมฉันได้ยินมาอีกอย่างล่ะ?

จริงๆ เรื่องนี้ก็แปลกอยู่หน่อยๆ เพราะถ้าเป็นเอเจนซี่ปกติก็ต้องมีความต้องการให้ลูกค้าอยู่ on board ไปเรื่อยๆ สิถึงจะดีกับธุรกิจ แต่เรื่องนี้ก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน เพราะก็มีบางบริษัทที่ต้องการเงินร้อนแลกกับความพยายามเพียงเล็กน้อย ชาร์จเงินจำนวนมาก ปรับแต่งนิดหน่อย แล้วคุณก็จัดการที่เหลือได้เลย เราไม่เกี่ยวแล้ว1 กว่าคุณจะรู้ตัวก็ผ่านไปซักพักแล้วถึงจะสังเกตได้ว่า นี่มันก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิมเลยนี่หว่า!

และคำพูดติดปากที่ถูกนำมาล่อลวงลูกค้าคือ “การทำ SEO ไม่ได้การันตีผลลัพธ์” ซึ่งมันถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะหากเป็นบริษัทการจัดการการตลาดดิจิทัลที่เชื่อถือได้ พวกเขาจะบอกคุณว่า ผลลัพธ์มันไม่ได้การันตี แต่มันจะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน และผลลัพธ์นั้นจะไม่สามารถทำได้เพียงข้ามคืน เวลาคือเพื่อนคนสำคัญของการทำ SEO

seo results

7 – ตำแหน่งที่ 1 บนหน้า SERPs เป็นตำแหน่งเดียวที่จะทำประโยชน์ให้เราได้

ก็จริงหากคุณจะคิดว่า เว็บไซต์ของเราต้องอยู่ในตำแหน่งที่ 1 เท่านั้นถึงจะดี ซึ่งในความเป็นจริงมันแค่เพิ่มอัตราการคลิกผ่าน (Click-Through Rate: CTR) เท่านั้น แต่นั่นมันทำให้ตำแหน่งที่ 2-3 ไร้ประโยชน์ไปเลยไหม เราบอกได้เลยว่าไม่ เพราะอะไรเรามาดูกัน

คุณลองนึกถึงพฤติกรรมตอนคุณกำลังค้น Google ดู คุณมองหาสินค้าหรือบริการอะไรบางอย่าง แล้วคุณก็คลิกเว็บแรกที่ขึ้นมาเว็บเดียวจบครบทุกความต้องการเลยหรือไม่ หรือคุณพยายามที่จะเปรียบเทียบกับเว็บอื่นๆ ด้วย?

ในหลากหลายสถานการณ์ คนเรา แม้แต่คุณเอง ก็พยายามที่จะหาเจ้าอื่นๆ มาเปรียบเทียบด้วย ไม่ว่าจะเป็นตัวสินค้า ราคา หรือบริการหลังการขาย/ประกันสินค้า นี่จึงเป็นสาเหตุหลักว่าทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญคอนเทนต์ภายในเว็บของเราที่จะเป็นตัวดึงดูดให้ลูกค้าอยู่ในเว็บไซต์ของเราให้นานที่สุด ซึ่งส่วนนี้จะช่วยเพิ่มอัตรา CTR ให้กลายเป็น conversion (คนที่เปลี่ยนจากผู้ชมเป็นลูกค้า) ได้สูงขึ้น

search position

8 – Google Ads ช่วยเพิ่มอันดับแบบออร์แกนิค

เอเจนซี่การตลาดดิจิทัลปัจจุบันหลายเจ้าเริ่มมีการกล่าวถึงข้อดีของการทำGoogle Ads อย่างหนึ่งก็คือมันช่วยเพิ่มอันดับแบบออร์แกนิคได้ ทั้งๆ ที่จริงแล้วมันบ่ใช่เลย (ทำเสียงแบบพี่ยอดชายจะได้อรรถรสมากขึ้น) ถ้าหากคุณยังไม่เชื่อ ลองมาดูคำของ Google กันเลยดีกว่า

  • Should you incorporate Adwords into your digital marketing campaign? Absolutely (Particularly when you’re in the process of improving your organic rankings through proven SEO strategies) – คุณควรจะผนวกโฆษณา Adwords เข้าไปในนโยบายการตลาดของคุณหรือไม่? แน่นอน โดยเฉพาะหากคุณกำลังอยู่ในขั้นพัฒนาการเพิ่มอันดับแบบออร์แกนิคผ่านการทำ SEO
  • Should Adwords be used instead of SEO? Or in the hopes that it will directly benefit your organic rankings? Absolutely not! – คุณควรทำ โฆษณา Adwords แทนที่ SEO ไปเลยหรือไม่ หรือทำไปด้วยเพื่อให้โฆษณาช่วยเพิ่มอันดับแบบออร์แกนิค? ไม่ควรอย่างยิ่ง!

อันดับแรกที่เราควรให้ความสำคัญคืออันดับแบบออร์แกนิค แต่อย่างไรก็ตาม การทำโฆษณา Adwords ที่จะช่วยเพิ่มอันดับคีย์เวิร์ดบางคำได้ ก็ถือเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ควรทำควบคู่ไปด้วย หรืออาจจะทำเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวบางเทศกาลก็ได้ เช่น หากคุณกำลังทำธุรกิจขายสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินป่า หรือชุดว่ายน้ำ การทำโฆษณา Adwords ในช่วงฤดูร้อนหรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อยก็อาจจะเป็นช่วงเวลาที่สามารถเพิ่มยอดขายไปได้อย่างสูงสุดก็เป็นได้

search ads

9 – โฟกัสแต่อุปกรณ์พกพาอาจไม่ได้ช่วยยอดขายขนาดนั้น

กลยุทธ์อย่างหนึ่งที่หลายๆ คนอาจจะเริ่มให้ความสำคัญกันแล้ว นั่นก็คือการทำโฆษณาที่มุ่งเน้นไปที่อุปกรณ์ของผู้ใช้ เวลาที่คุณอยู่ที่ออฟฟิศหรือทำงานที่บ้าน คุณอาจมีโอกาสที่จะได้ค้นหาสินค้าต่างๆ จากคอมพิวเตอร์ของคุณ แต่นอกเหนือจากนั้น โอกาสมันจะไปตกอยู่กับอุปกรณ์พกพาอย่างโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตเสียมากกว่า

โดยปกติแล้ว เว็บไซต์ส่วนมากมีทราฟิกที่มาจากอุปกรณ์พกพาเฉลี่ยสูงถึง 70% เพราะฉะนั้นแล้วคนที่กล่าวว่า “โฟกัสแต่อุปกรณ์พกพาอาจไม่ได้ช่วยยอดขายขนาดนั้น” อาจจะเป็นคนหัวเก่าที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยนทัศนะว่าโลกเรามีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มมากขึ้นจากแต่ก่อนแล้วนะ

และถ้าเว็บไซต์ของคุณไม่ได้ถูกปรับแต่งมาให้สามารถใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ล่ะก็ เตรียมใจนั่งตบยุงได้เลย เพราะทราฟิกอีก 30% ที่เหลือจะมีซักกี่คนที่กลายเป็นลูกค้าของคุณได้ ดังนั้นทุกๆ คอนเทนต์บนหน้าเว็บไซต์ของคุณจำเป็นมากๆ ที่จะต้องใช้งานได้ทั้งบนอุปกรณ์เดสก์ท็อปและพกพา แบบไม่มีข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้น

seo still work?

10 – SEO มันไม่เวิร์คอีกต่อไปแล้ว

โอเค ในมุมมองของเรา ความเข้าใจผิดข้อนี้นี่ร้ายแรงที่สุดแล้ว แต่ก็มีเหตุผลอยู่เบื้องหลังอยู่เหมือนกันนะว่าทำไมหลายคนจึงมีความเชื่อแบบนี้

หลายคนเคยเจอประสบการณ์แย่ๆ จากบริษัทจัดทำ SEO ก่อนหน้า ที่ชาร์จค่าดำเนินการโคตะระแพง แต่ผลลัพธ์เป็นศูนย์ แค่นี้ก็พอจะทำให้เจ้าของธุรกิจหลายรายแค่ได้ยินคำว่า SEO ก็หวั่นใจแล้ว

นักการตลาดที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำการตลาดแบบดั้งเดิม เช่น โฆษณาลงหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร อาจเริ่มเผยแพร่ความคิดว่า SEO มันกลยุทธ์ใกล้ตายแล้ว ใช้งานไม่ได้แล้ว เพื่อที่จะให้คนกลับมาทำการตลาดแบบที่พวกเขาถนัด และเกรงกลัวที่จะหันไปหาช่องทางอื่นๆ

มันไม่ผิดหากคุณมองว่าการลงโฆษณาบนหนังสือพิมพ์ยังได้ผล แถมไม่มีความจำเป็นต้องไปนับหนึ่งกับแพลตฟอร์มอื่นๆ แต่การมองว่า SEO มันตายแล้วมันอาจทำให้คุณพลาดส่วนสำคัญบางประการไปได้ ยิ่งหากคุณมีงบประมาณในการทำโฆษณาในระดับหนึ่ง การหว่านแหโฆษณาในหลายๆ แพลตฟอร์มอาจจะช่วยทำให้คุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้

SEO ยังใช้งานได้ดี แต่มันจำเป็นต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอเป็นอย่างมาก (ในวิธีที่ถูกต้องด้วยนะ) เราต้องอัพเดตแพทช์ตาม Google อยู่เสมอๆ เพราะพี่ท่านเป็นยักษ์ใหญ่ของเสิร์ชเอนจิ้น เมื่อทุกๆ องค์ประกอบรวมเข้ากันอย่างพอดี สุดท้ายคุณจะเห็นเองว่าเม็ดเงินที่คุณลงทุนไปมันงอกกลับมาในรูปแบบไหนบ้าง

ถ้าหากคุณยังมีความเคลือบแคลงใจอยู่เพราะบางอย่างก็ได้ยินหรือรู้สึกมานานแล้ว เรายินดีที่จะตอบคำถามทุกประการที่คุณมี เพียงติดต่อเราวันนี้ทันที อย่าลืมล่ะ!

search engine optimization company

สรุปเลยนะ

ถ้าหากคุณจะเชื่ออะไรซักอย่างอย่างใจจริง ให้เชื่อว่าทุกอย่างที่คุณได้ยินผ่านโลกออนไลน์นั้นต้องกรองซัก 3 ชั้น เพราะมันเชื่อไม่ได้เลยทันที จำเป็นต้องมีการค้นคว้าหาข้อมูลประกอบเพิ่ม หรือเลือกที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้จริงๆ เช่นเราเป็นต้น