โลกของการทำ SEO คิดๆ ดูก็น่ากลัวไม่น้อย เพราะว่ามันมีข้อมูลที่ผิดพลาด หรือจะเรียกว่า ‘เฟคนิวส์’ ก็ได้ อบอวนอยู่ในวงการนี้ตลอดเวลา แบบว่าบางทีคุณก็เหมือนจะได้ข้อมูลบางอย่างที่จะทำให้เข้าใจได้มากขึ้น ดูตอบโจทย์ปัญหาที่เคยเกิดขึ้น แต่สุดท้ายก็จะมีข้อมูลจากใครซักคนที่บอกว่าสิ่งที่คุณเข้าใจกับความเป็นจริงมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หนำซ้ำ หลายคนอาจจะเคยโดนต้มจนเปื่อยจากนักวิเคราะห์ หรือเหล่า ‘SEO specialist’ ที่ไร้ประสบการณ์ อาศัยความรู้ที่อ่านๆ มาจนไม่ดูความเป็นจริง แล้วคุณก็ตัดสินใจไม่ทำการตลาดออนไลน์ต่อ เพราะเข็ดจากคนเหล่านี้แล้ว ถ้าหากจะให้เปรียบเทียบ การทำ SEO เหมือนกับการเจอกับดงกับระเบิด ที่ถ้าหากเราจะข้ามก็มีแต่ต้องก้าวเท้าเหยียบไปลองดูเท่านั้น และผลลัพธ์ที่จับต้องได้ก็เลยเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย

ลองคิดถึงเรื่องลิงค์เป็นตัวอย่าง ข้อมูลเกี่ยวกับการทำแบ็คลิงค์จะมีอันที่เชื่อถือได้ซักแค่ไหนกันเชียว โดยปกติคุณอาจจะกำเงินไปซื้อลิงค์แบบกวาดๆ มาซัก 20,000 ลิงค์มาทำ Link Building คุณ ‘อาจจะ’ ได้ลิงค์ที่ใช้งานได้ หรือไม่ได้เลยซักอัน ซึ่งหากคุณกำลังคิดว่า ‘แล้วเราต้องดูยังไงถึงจะซื้อลิงค์ดีๆ ได้ล่ะ?’ คำตอบก็คือ ไม่มี เพราะว่าการทำ Link Building ที่มีคุณภาพไม่สามารถทำได้ง่ายๆ แค่ 300 กว่าบาทหรอกนะ จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่มากระดับหนึ่งเลยล่ะ ถ้าคุณจะถามต่อว่า แล้วเราจะหาคนแบบนั้นได้อย่างไร ก่อนอื่นเราก็ลองมาดูก่อนว่า การทำ Link Building คืออะไร (หมายถึงการทำแบบมีคุณภาพน่ะนะ) แล้วค่อยไปตอบคำถามนั้นกัน

ความจริงของการทำ Link Building

อาจจะดูเป็นปรัชญาไปซักหน่อย แต่เราจะลองเปรียบเทียบการทำ Link Building แบบนี้ละกัน ลองคิดว่ามีเด็กสองคน แซม กับ จอห์น กำลังหาเสียงเพื่อเลือกหัวหน้าห้อง จอห์น มีจดหมายแนะนำไม่กี่ฉบับ แต่มาจากคนที่น่าเชื่อถือ มีข้อมูลหลายๆ อย่างไปในทางเดียวกัน ต่างก็บอกเหตุผลว่าทำไมจอห์นถึงควรเป็นหัวหน้าห้อง ในขณะที่แซม ได้จดหมายแนะนำเหมือนกัน แต่ได้รับแบบถล่มทลาย จากนักเรียนที่เป็นที่นับถือหลายคน ซึ่งมีสิ่งต่างๆ ที่แตกต่างกัน แต่เช่นเดียวกันกับจอห์น แซมก็ได้รับเหตุผลรองรับเหมือนกันว่าทำไมถึงควรเป็นหัวหน้าห้อง 

มาถึงช่วงการโหวตคะแนนความนิยม Google เป็นกรรมการหลัก เว็บไซต์ในตำแหน่งแรกของหน้า SERP คือหัวหน้าห้องคนเก่า และเว็บไซต์ของคุณก็คือผู้สมัครท้าชิงตำแหน่ง

SERP

นโยบาย (on-site SEO)

onsite SEO

การทำ SEO ของคุณมีปัญหาแน่นอนหากคุณไม่ได้อยู่ในหน้าค้นหา เทียบๆ ดูก็จะเหมือนกับการออกไปหาเสียง มีสโลแกน และคำพูดเพื่อให้ได้รับคะแนนความนิยม (หัวข้อและเนื้อหาที่อยู่ในหน้าเว็บไซต์) ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็ต้องสอดคล้องกับการเป็นหัวหน้าห้องด้วย ไม่งั้น Google ก็จะมองไม่ออกว่าคุณทำไร และต้องการอะไร หากคอนเทนต์ของคุณไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์เลย การจะไปอยู่อันดับหนึ่งในคำหรือประโยคที่ต้องการก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

เหตุผลให้คนโหวต (การพัฒนาคอนเทนต์)

นี่คือที่มาของคำว่า “คอนเทนต์คือราชา (content is king)” การพัฒนาคอนเทนต์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะถ้าเราจะพูดกันในเรื่องคุณภาพของเว็บ ในช่วงรุ่งอรุณแห่ง SEO คุณแค่ใส่ลิงค์เข้าไปในคอนเทนต์เยอะๆ ก็ใช้ได้แล้ว แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว เรียกได้ว่ากลับกันเลยมากกว่า เพราะการใส่ลิงค์น้อยๆ แต่เชื่อมเรื่องที่เกี่ยวข้องกันเข้าไว้ด้วยกันดูจะได้รับคะแนน SEO ดีกว่าอีก

มันเหมือนกับมีเด็กจากโรงเรียนอื่น ๆ 20,000 คนต้องมาโหวตเลือกใครก็ไม่รู้ให้เป็นหัวหน้าห้องอะไรก็ไม่รู้ กรรมการคุณ Google ก็จะปัดตกทันทีว่าคะแนนโหวตแบบนี้ใช้ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าคนโหวตไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากการโหวตครั้งนี้ แล้วแบบนี้เราจะโหวตไปทำไมจริงไหม? นี่แหละคือการทำ Link Building ที่ไม่มีคุณภาพ ในทางตรงกันข้าม นักเรียนแค่ 2-3 คนจากห้องเดียวกันกับผู้สมัคร แถมมีหน้ามีตา ได้รับการยอมรับจากคนในห้องด้วย ทุกๆ การโหวตของคนกลุ่มนี้เป็นเหมือนการยืนยันว่าคนที่พวกเขาโหวตให้น่าเชื่อถือขนาดไหน นี่แหละคือลิงค์ที่มีคุณภาพ!

ระบบการโหวต (การทำ Backlinks, Link Building)

คนโหวตได้ไม่ใช่จะเป็นใครก็ได้ พวกเขาจะต้องเกี่ยวข้องกับคนที่จะโหวตให้ และต้องมีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง เพราะคุณภาพคือคุณสมบัติที่สำคัญของที่สุดของคนโหวต ลิงค์ที่จะเข้ามาอยู่ในเว็บไซต์ของเราก็ต้องเกี่ยวข้องกับคอนเทนต์และเว็บไซต์ของเรา และมีค่า DA (Domain Authority) ที่ดีระดับหนึ่งด้วย นอกจากนั้น ยังต้องมีผลประโยชน์ให้แก่กันและกันด้วย เช่น การแชร์ทราฟิกหรือยอดผู้เข้าชมระหว่างกันได้

เราสามารถหาลิงค์คุณภาพได้หรือไม่? จากที่ไหน?

การทำ Link Building มันอาจจะดูเหมือนง่าย คุณอาจจะทำเองก็ได้ แต่ก็อย่างว่า การชมตัวเองมันไม่ถือว่าเป็นอะไรที่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ แต่หากได้ลิงค์ดีๆ ซักเว็บมาช่วย เก็บสะสมแต้มไปเรื่อยๆ เว็บไซต์คุณก็จะกลายเป็นลิงค์ที่น่าเชื่อถือด้วยตัวเองในที่สุด (แต่ก็ต้องมิกซ์กับลิงค์เว็บอื่นๆ นะ)

แต่ถ้าหากอยากใช้ทางลัดล่ะ? ซื้อกว้านๆ มาเลย เราจะได้เป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพเร็วๆ ไง อย่างที่เราได้กล่าวไว้ในตอนแรก มันไม่ได้ผลแน่นอน ไม่ใช่แค่นั้น คุณอาจจะโดนกรรมการ Google ลงโทษได้ด้วย เพราะมันเห็นได้ชัดมาก มองจากอีโก้ลุงประหยัดลงมายังเห็นได้เลย

การทำ Link Building ด้วยตัวเองมันอาจจะทำได้ แต่ก็ใช้เวลามากเช่นกัน เพราะฉะนั้น เราจึงเข้ามาช่วยในส่วนนี้ และเนื่องจากเราใช้วิธีการแบบออร์แกนิค พร้อมใช้ส่วนผสมที่ลองผิดลองถูกในดงกับระเบิดมาเป็นเวลากว่า 10 ปี บอกได้เลยว่าคุณสามารถย่นเวลาในการทำ Link Building เข้ามาได้เยอะเลยทีเดียว

เส้นสายก็สำคัญ

ถือถ้าคุณกำลังคิดถึงการหอบกระเช้าไปหาผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อให้ได้ตำแหน่งใน Google ดีๆ ก็คือคุณคิดผิดแล้ว เส้นสายที่ว่าก็คือเครือข่ายขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นมาเป็นสิ่งที่เรียกว่า ทรัพยากร (resources) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกๆ บริษัทที่ทำ SEO จะสร้างขึ้นให้รองรับการสร้าง Link Building จำนวนมหาศาลที่จะโยงเว็บต่างๆ และสร้างคุณภาพไปพร้อมๆ กัน

แต่แน่นอน Google มองออกตั้งแต่ลาดพร้าวว่าลิงค์คุณภาพต่ำนั้นหน้าตาเป็นยังไง แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถหาลิงค์คุณภาพสูงแบบเดียวกันได้ในทุกๆ ครั้งที่เราใส่ ซึ่งนั่นแหละก็เป็นปัจจัยที่สร้างความธรรมชาติให้ดูออร์แกนิคได้ชะงัดนัก ใส่ลิงค์อย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ดูเป็นแบบแผนมากเกินไป ติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือน นี่แหละได้มาตรฐานที่เหล่า Search engines ต้องการเลย นอกจากนั้น การเลือกผู้ช่วยในการวิเคราะห์ SEO ที่มีความเชี่ยวชาญ จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นจากการที่มีคนมอนิเตอร์ความเป็นไปของกลยุทธ์ที่วางแผนกันตลอดเวลา อันไหนปัง อันไหนบ้ง และพัฒนากลยุทธ์ใหม่เพื่อรองรับอารมณ์ที่แปรปรวนของ Google ได้อย่างทันท่วงที

พูดให้สั้นๆ ก็คือการทำ SEO และ Link Building เป็นกระบวนการที่ต้องมีการดำเนินงานอยู่ตลอดเวลา และไม่ใช่อะไรที่จะใช้เงินฟาดได้ เพราะฉะนั้น ถ้าหากคุณต้องการจะประสบความสำเร็จในวงการนี้ การหาผู้ช่วยที่เชี่ยวชาญและไว้ใจได้จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO และ Link Building หาได้จากไหน ? 

ส่วนนี้ดูเหมือนจะเป็นส่วนที่ยากที่สุดแล้ว แค่คิดว่ามี ‘ผู้นำด้านการทำ SEO’ มากมายแค่ไหนก็ปวดหัวแล้ว คำแนะนำของเราก็คือ อย่ารีบร้อน หาข้อมูลให้มากที่สุด และเชื่อกึ๋นตัวเอง มันไม่มีอะไรการันตีหรอกว่าคนที่คุณจะทำงานด้วยเป็น ‘เดอะเบสต์’ ในสายนี้จริงหรือไม่ ต่อมาก็คือ ถามให้ถูกคำถาม, เปรียบเทียบราคา แล้วแยกคนที่คุณอยากทำงานด้วยมากที่สุดออกมา จากนั้นก็ตามไปดูผลงานเก่าๆ คำติชมจากลูกค้าของพวกเขา  และลองให้พวกเขานำเสนอผลงาน (case study) ให้มากที่สุดเท่าที่พวกเขาจะให้ได้ และเมื่อนั้นคุณจะเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นแล้วว่าใครที่คุณควรจะจ่ายเงินให้มากที่สุด หรือง่ายกว่านั้นก็คือ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางเรา ร่วมพูดคุยเพื่อมองหาทางเลือกที่เป็นไปได้ที่เหมาะสม แล้วคุณจะพบว่าชีวิตมันก็ง่ายประมาณนี้แหละ